เว็บบล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนวิชาการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ข่าวน้ำมัน

น้ำมันลดฮวบเชลล์ยังกั๊ก บางจากเล็งปรับลงอีก80ตังค์

หนังสือพิมพ์สยามรัฐ หน้าหนึ่ง

น้ำมันตลาดโลกดิ่งไม่หยุด ปิดที่ระดับ 12.326 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงอีก 2.23 เหรียญ "บางจาก" ตีปี๊ป สัปดาห์หน้าลดอีกลิตรละ 80 สตางค์ ขณะที่ บริษัทเชลล์ยักกั๊ก นักวิเคราะห์ตลาดโลกมั่นใจ น้ำมันสัปดาห์นี้ลดลงต่ออีก เหตุจากซาอุฯ เพิ่มกำลังการผลิตและน้ำมันสำรองสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น


เครดิต http://www.ryt9.com/tag/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99/

10 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันใช้พลังงานทดแทน ราคาน้ำมันก็จะลงเรื่อยๆครับ เพราะอุปสงค์น้อย อุปทานย่อมน้อยตามไปด้วย ราคาเลยลดน้อยลง ช่วยกันใช้แค่พอดี อย่าเติมตุนไว้ ไม่อย่างนั้น ราคาจะขึ้นเรื่อยๆครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ประเทศไทยใช้พลังงานคิดเป็นมูลค่าราว 1 ใน 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม และสั่งเข้าน้ำมันเป็นมูลค่าปีละ 5 - 6 แสนล้านบาท สูงกว่าที่เราส่งข้าวไปขายต่างประเทศราว 7 - 8 เท่า น้ำมันกลายเป็นสินค้าหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขาดดุลการค้าและเป็นหนี้สูง ประเทศไทยใช้น้ำมันเพื่อการบริโภคส่วนตัว (เช่น รถส่วนตัว ไฟฟ้าสำหรับความบันเทิง) มากกว่าที่จะใช้เพื่อการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากการที่คนไทยใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นในอัตรา 1.4 เท่าของอัตราเพิ่มของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งสูงกว่าประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันเพิ่มต่ำกว่า 1 เท่าของ GDP

ชนชั้นนำของไทยยังไม่ได้ตระหนักถึงปัญหานี้อย่างเป็นระบบองค์รวม พวกเขาออกมาตรการประหยัดน้ำมันแบบเกรงใจภาคธุรกิจเอกชนและคนชั้นกลางมากไป กระทรวงพลังงานมองว่าการส่งเสริมให้รถยนต์ใช้ก๊าซและไบโอดีเซล/ก๊าซโซฮอลล์แทนน้ำมันจะลดการใช้น้ำมันได้สัก 20% ภายใน 4 ปี ทั้ง ๆ ที่ก๊าซก็จะหมดจากเมืองไทยและหมดทั้งโลก รวมทั้งจะแพงขึ้นเช่นกัน ส่วนไบโอดีเซลและก๊าซโซฮอลล์ก็ต้องพึ่งการเกษตรสมัยใหม่ซึ่งต้องพึ่งน้ำมัน ในขณะที่รัฐบาลในยุคทักษิณใช้เงินรัฐสนับสนุนราคาน้ำมันและก๊าซในช่วงปี 2547 ขาดทุนไปกว่า 8 หมื่นล้านบาท และทุกวันนี้รัฐบาลยังเก็บภาษีน้ำมันสูงเพื่อชดเชยการขาดทุนของกองทุนน้ำมัน รัฐบาลทุกรัฐบาลส่งเสริมการเติบโตของรถยนต์และการสร้างทางด่วนและถนน มากกว่าที่จะสนใจพัฒนาการขนส่งสาธารณะ การขนส่งสินค้าทางรถไฟและทางเรือซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่าการขนส่งโดยใช้รถบรรทุก รวมทั้งไม่มีมาตรการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง

นี่คือปัญหาวิกฤติที่จะมีผลกระทบรุนแรงต่อคนทั้งประเทศอย่างรุนแรง ควรมีการระดมนักวิชาการเพื่อศึกษาปัญหานี้ในเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบองค์รวม เพิ่มทุนวิจัยและพัฒนาพลังงานทางเลือก ปรับเปลี่ยนการวางผังเมืองใหม่ ปฏิรูประบบภาษีอากร กฎหมาย นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่มุ่งลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล (น้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน) อย่างจริงจัง

อย่ามัวแต่ทะเลาะกัน อย่ามัวแต่แก่งแย่งแข่งขันแบบตัวใครตัวมันกัน อย่ามัวแต่คิดเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน มหันตภัยกำลังจะมาภายใน 10 ปีนี้ คนมีปัญญา คนที่คิดการณ์ไกล คิดถึงปัญหาส่วนรวม ต้องเริ่มต้นศึกษาและหาทางป้องกันหาทางแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ประเทศไทยจะเกิดภัยพิบัติร้ายแรง และคนที่รอดชีวิตส่วนน้อยจะต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบบุพกาลเหมือนในยุคก่อนโลกมีน้ำมันใช้ในเชิงอุตสาหกรรม

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

บางจากจะลด อีก 80สตาง

เป็นข่าวดีสำหรับเราลุกแม่ฟ้าเลยเนอะครับ


เพราะปั้มบางจากอยุ่ตรงหน้า ม พอดีเลย

Democl2acy Group กล่าวว่า...

ลดอีกๆๆๆๆ
ลดมากเท่าไหร่ยิ่งดี
อะไรต่อมิอะไรจะได้ถูกๆลงซะที
ตอนนี้เริ่มไม่มีจะกินแล้ว

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่ต้องโทษใครเลยครับ พวกใครก็ไม่ต้องมาเข้าข้างกัน จะอธิบายให้...........

ตอนนี้โลกประสบภาวะขาดแคลนน้ำมันเต็มที่แล้วครับ หลาย ๆ ประเทศที่ผลิตน้ำมันใช้เองได้ เริ่มเตือนประชาชนในประเทศกันแล้ว ว่าน้ำมันในประเทศกำลังจะหมด ส่งผลให้สวัสดิการต่าง ๆ ที่เคยให้ประชาชน ต่อไปก็อาจจะต้องยกเลิก

ส่วนประเทศที่ผลิตน้ำมันไม่ได้ (ยกตัวอย่างง่าย ๆ ภูมิภาคเราเลยครับ SEA นี่แหละ) ตอนนี้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นกันถ้วนหน้า ประเทศเรายังถือว่าน้อยนะครับ 7-8% ประเทศใกล้เคียงเลย 10% กันไปหมดแล้ว เพราะว่าน้ำมันเป็นปัจจัยหลักที่ใช้ในการขนส่งครับ จะขนส่งมวลชน ส่งข้าว ส่งน้ำ ส่งสินค้าอะไรก็ตาม ใช้น้ำมันทั้งนั้น จึงทำให้ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยสูงขึ้น ราคาสินค้าก็ต้องขึ้นตามไปด้วย

ทีนี้ถามว่า... แล้วประเทศไทยทำไมราคาน้ำมันแพงกว่าประเทศอื่นที่ไม่ได้ผลิตน้ำมัน ? คำตอบมันอยู่ที่ภาษีสรรพสามิตครับ อัตราภาษีตัวนี้ค่อนข้างสูง ซึ่งก็เป็นมานานแล้ว ไม่ต้องโทษรัฐบาล โทษ ปตท. หรือโทษอะไรเลย เพราะมันไม่ได้เพิ่งเกิดจากวันนี้ เมื่อวานนี้ แต่มันเป็นแบบนี้มานมนานแล้ว

ทางแก้เรื่องราคาน้ำมันก็มีง่าย ๆ นะครับ ลดภาษี

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เหล้า เบียร์ ขวดละเท่าไหร่
ยังกินกันได้ ปรับเปลี่ยนชีวิตสิ
เที่ยวคืนนึงก้อ พันกว่าบาทแล้ว
ลด ละ เลิก และ พอเพียงก้ออยู่ได้แล้ว

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จริงอยู่ที่น้ำมันต่างประเทศเค้าแพงกว่าเรา ทั้ง อเมริกา ทั้งยุโรป แต่อย่าลืมว่าเงินเดือนเค้าสูงกว่าเรานะ มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ ที่ฝรั่งเศส น้ำมันเค้าคิดเป็นเงินไทยลิตรละ 200 แต่เงินเดือนเค้าเดือนละสองแสนนะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ที่สวีเดน น้ำมันลิตรละ 13-14 โครน หรือประมาณ 65-75 บาทไทย แต่คนสวีเดนเงินเดือนแบบพนักงานออฟฟิศธรรมดาก็ประมาณ 15,000-30,000 โครนอ่ะ หรือประมาณ 75,000-150,000 บาทไทย เราจำได้ว่าปี 2006 ราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ 10-11 โครน เองอ่ะ ขึ้นราคาน้อยกว่าบ้านเราอีก อีกอย่างคนที่นั่นได้เงินเดือนสูง รัฐบาลก็มีเงินช่วยเหลือต่างๆ ให้มากมาย เขาก็อยู่กันได้นะ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็เห็นเขาจริงจังเรื่องการประหยัดพลังงาน เช่นการแยกขยะก่อนทิ้ง เปิดไฟเฉพาะที่จำเป็น ในขณะที่บ้านเราเงินเดือนน้อย ค่าครองชีพสูง ตอนนี้ก็คงต้องประหยัดกันมากขึ้น ซึ่งเราก็ไม่รู้นะว่าต้องประหยัดกันแค่ไหน เพราะเราคงหวังพึ่งใครไม่ได้ นอกจากต้องพึ่งตัวเองกันแล้วล่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

กินน้ำมันเป็นอาหารท่าจะดี

Crisis กล่าวว่า...

โอย จากลิตรละ 10 กว่าบาท

ปัจจุบันจะ 50 อยู่แล้ว