เว็บบล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนวิชาการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ปตท.สผ.กำไรพุ่งก๊าซ-น้ำมันหนุน


ปตท.สผ.ทุบสถิติกำไรพุ่งสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ไตรมาส 2 โกยเฉียด 1.3 หมื่นล้าน แหล่งอาทิตย์ผลิตก๊าซดีเกินคาด ราคาน้ำมันขึ้นหนุน นายมารุต มฤคทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 12,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และขยายตัว 45.95% เทียบกับไตรมาสแรกปีนี้ และรวม 6 เดือนแรกปีนี้กำไรทั้งสิ้น 21,901 ล้านบาท

18 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

การที่น้ำมันราคาสูงขึ้งย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่การที่น้ำมันราคาขึ้นสูงดหมือนทุกวันนี้ไม่ส่งผลดีต่อผู้บริโภครายย่อยเลยแม้แต่น้อย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

การที่น้ำมันราคาสูงขึ้งย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่การที่น้ำมันราคาขึ้นสูงเหมือนทุกวันนี้ไม่ส่งผลดีต่อผู้บริโภครายย่อยเลยแม้แต่น้อย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นำมันแพงย่อมทำค่าครองชีพสูง หาพลังงานทดแทนดีกว่าครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีวัตถุดิบประเภทที่จะใช้ผลิตแอลกอฮอล์อยู่จำนวนมาก และราคาก็ถูก เช่น อ้อย มันสำปะหลัง รวมทั้งมันประเภทต่าง ๆ วัตถุดิบนี้มีน้ำตาลหรือแป้งเป็นส่วนประกอบในปริมาณมาก ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะทำเรื่องนี้ให้จริงจังเสียที เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนและราคาแพง ซึ่งถ้าทำเป็นผลสำเร็จ จะทำให้ลดปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินลงได้ถึง 15 % หรือ 1,054 ล้านลิตร แต่รัฐบาลก็ควรตระหนักถึงปัญหาที่จะตามมา เช่นต้นทุนการผลิต กฏระเบียบ ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน และความนิยมของผู้ใช้ จึงจะทำให้เศรษฐกิจ
ของไทยมีความมั่นคง ซึ่งพวกเราก็ควรจะช่วยกันประหยัดเชื้อเพลิงด้วย เช่น ควรเดินในบริเวณที่ใกล้ ๆ แทนที่จะขับขี่รถยนต์ นอกจากจะประหยัดน้ำมันแล้ว ยังประหยัดเงินด้วย เป็นการช่วยชาติไปด้วย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดของประเทศไทย มักจะได้ยินคำพูดจากประชาชนที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อขับขี่รถยนต์ว่า “น้ำมันเชื้อเพลิงแพงขึ้นทุกวัน” , “เมื่อไรน้ำมันเชื้อเพลิงจะลดราคา” หรือ “ทำไมน้ำมันจึงแพงขึ้นมากอย่างนี้” ดังนั้น บทความนี้จึงขอกล่าวถึงแนวโน้มของประเทศไทย ที่ดำเนินการนำพลังงานจากแอลกอออล์ มาดัดแปลงเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับขับขี่รถยนต์ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และแก้ปัญหาราคาแพงของน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่ง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

น้ำมันไบโอดีเซลคือ น้ำมันเชื้อเพลิงชั้นดี ที่เราสามารถแปลงสภาพจากผลผลิตทางการเกษตรให้เป็นน้ำมันสะอาด

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ (ดีเซล) อีกทั้งยังสามารถนำเอาน้ำมันพืชหรือน้ำมันจากไขมันสัตว์ที่ใช้แล้วกลับมาใช้ได้อีก ทุกกระบวนการของการกลั่นน้ำมันไบโอดีเซลจะไม่มีของเสียเหลือทิ้ง แม้แต่ขั้นตอนท้ายสุดก็นำไปใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพได้อีก ด้วยเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ เราสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำมันได้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รวยแต่ปตท. กับหุ้นส่วนของปตท.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ptt กำไรมากมายแล้ว


น่าจะลดราคาน้ำมันลงอีกซักนิดเนอะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เกิดอะไรขึ้นที่ ปตท. น้ำมันและแก๊สไปไหน


'พันตรี'สุดทนแฉปตท.สูญเกือบ4ล้านล้าน


'พ.ต.รัฐเศรษฐ'ขึ้นเวทีพันธมิตรฯแฉ'ระบอบทักษิณ'รวมหัวงาบกำไรแก๊ส-น้ำมันจากกา­รแปรรูป ปตท.ชาติสูญเสีย7ปีร่วม3.5ล้านล้านบาท ปูดขนน้ำมันดิบไทยส่งสิงคโปร์-อเมริกาตั้งราคาฟันส่วนตั้งกว่า100% ปลุกทวงคืนเป็นของประชาชน


กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : วานนี้ (28 มิ.ย.) พ.ต.รัฐเศรษฐ แจ้งจำรัส ซึ่งทำงานในแท่นขุดเจาะน้ำมัน ได้ขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ระบุถึงกรณีการปิโตเลียมถูกระบอบทักษิณฉ้อฉล เราจึงไปตรวจสอบแล้วพบว่า ปัญหาใหญ่เกิดจากการขึ้นราคาน้ำมัน และราคาแก๊สแพงกว่าปกติ รวมทั้งรถเมล์ขึ้นค่าโดยสารก็ขึ้นราคา อีกทั้งอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว


'เดิมทีปั๊มมีอยู่ทั่วประเทศกว่า 3 หมื่นแห่ง ขณะนี้เจ๊งไปเกือบหมดแล้ว เพราะเดิมทีเขาขายน้ำมัน 7 บาท เขาได้กำไร 2.30 บาท แต่ตอนหลังเข้ายึดครองการตลาด ก็จะเห็นเพียงแต่ปั๊มใหม่ๆ ซึ่งมีทั้งปั๊มบางจาก ปั๊มเจ็ท และปั๊ม ปตท.เท่านั้น ที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ'


พ.ต.รัฐเศรษฐ กล่าวอีกว่า ผู้ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการปล้นน้ำมัน ได้แก่ รถสิบล้อ รถปิกอัพ รวมไปถึงควายเหล็กของชาวบ้าน นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่มีใครหรือสื่อมวลชนนำมาตีแผ่ให้ประชาชนรับรู้ คือหลักในการคำนวณน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถคำนวณได้ดังนี้


1 บาร์เรล เท่ากับ 159 ลิตร โดย 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 33 บาท ซึ่งถ้าคำนวณเป็นเงินแล้ว 1 ลิตร จะเท่ากับ 27.78 บาท แต่วันนี้บ้านเราขายน้ำมันดีเซลลิตรละ 42 บาท ถือว่าแพงผิดปกติ แพงที่สุดในโลก เพราะเมื่อคำนวณกลับไปแล้วจะเท่ากับว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 202 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้ง ๆ ที่ราคาน้ำมันในประเทศสหรัฐอเมริกาเพียง 138 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


ทั้งนี้ ในภูมิภาคของเรามีทรัพยากรพลังงานธรรมชาติมากมายมหาศาล แต่กลับต้องใช้น้ำมันราคาแพงกว่าประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งเกิดจากจากการแปรรูป ปตท.เข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง ปตท.มีกำลังการผลิตน้ำมันวันละ 100 ล้านลิตร คำนวณเป็นเงินแล้วเฉลี่ยตกวันละ 2,500 ล้านบาท ซึ่งไม่มีใครเคยบอกเรา มีแต่บอกว่านำเข้านำมันจากต่างประเทศ ดังนั้น เราจะต้องกอบกู้เอาพลังงานปิโตเลียม และน้ำมัน กลับมาเป็นของประชาชนโดยตรง


พ.ต.รัฐเศรษฐ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือ แหล่งน้ำมันดิบ และแก๊สธรรมชาติไม่ถูกเปิดเผยข้อเท็จจริง วันนี้เราผลิตแก๊สธรรมชาติได้วันละ 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งคำนวณแล้วไทยสามารถผลิตได้เฉลี่ย 138 ล้านลิตรต่อวัน แต่กลับอ้างว่าต้องนำเข้า จนเป็นเงื่อนไขขอขึ้นราคา ขอลอยตัวราคาแก๊ส อย่างนี้ไม่ยุติธรรมกับประชาชน อีกทั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย และบนบก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1,300 แท่น มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1 ล้านล้านบาท แต่เมื่อระบอบทักษิณเอาไปแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ขายเพียง 3 หมื่นล้านบาท ถูกจองเกลี้ยงภายในเวลา 1 นาทีเศษเท่านั้น


'ผมแทบน้ำตาไหล เพราะผมทำงานอยู่ที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน แต่น้ำมันดิบที่นำขึ้นมาเขาเอาใส่เรือวิ่งไปทางสิงคโปร์ และออกไปทางจีน ญี่ปุ่น และอเมริกา ไม่ยอมเข้าระบบกลไกภาษีของเรา เพราะที่โน้นมีเท่าไหร่เขารับซื้อไม่อั้น นอกจากนี้ แม้แต่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เขาก็เอาไปไว้ที่อาคารชินวัตรชั้น 26 ที่สำคัญหลังจากแปรรูป ปตท.แม้ รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ 52 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับได้ผลตอบแทนน้อยมากเพียง 3 หมื่นล้านบาท และภาษีน้ำมันรวมผลิตภัณฑ์ทุกอย่างเก็บได้แค่ 7.7 หมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งที่ ปตท.บอกว่าภาษีน้ำมันประมาณ 13 บาท ส่งให้หลวงหมด ซึ่ง 1 ปีจะตกอยู่ที่ประมาณ 6-7 แสนล้านบาท เท่ากับเงินหายไป 5-6 แสนล้านบาทต่อปี รวมทั้งสิ้นเมื่อ ปตท.แปรรูปรวม 7 ปีเงินหายไป 3.5 ล้านล้านบาท'


พ.ต.รัฐเศรษฐ กล่าวอีกว่า ดังนั้นถ้ามีการยึดทรัพย์ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะจ่ายคืนให้กับเราวันละประมาณ 1,500 ล้านบาทที่เราถูกโกงไปหรือไม่ ซึ่งเราไม่เคยได้รับรู้รับทราบ เพราะไม่เคยมีใครเปิดเผยข้อมูล ทั้งนี้ตนพร้อมที่จะรับผิดชอบคำพูดและข้อมูลตัวเลขแผนที่สำรวจแหล่งพลังงานในปร­ะเทศไทย เพราะข้อมูลทั้งหมดเป็นของทางราชการทั้งสิ้น


ช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลนะครับ...ส่งต่อให้คนได้รู้เยอะๆ...จะเป็นผลดีกับประเทศชา­ติ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผลประโยชน์ทับซ้อนในกระทรวงพลังงาน ที่เกี่ยวเนื่องไปถึงบริษัทน้ำมันยักใหญ่อย่าง ปตท. ปล่อยให้น้ำมันขึ้นราคาขนาดนี้ได้อย่างไร
คุณรู้ไหมว่าไทยสามารถผลิตน้ำมันจนสามารถส่งออกได้ถึง 300,000 บาเรล ใช้ในประเทศเพียง 700,000 บาเรล แล้วนำไปขายในราคาที่ถึงมาก น้ำมันขึ้นเอาๆ แต่ ปตท.รวยขึ้นถึงปีละ10 เท่า ปีที่ แล้วสามารถทำได้ถึง 2 แสนล้านบาทขึ้นจากปี่ก่อนโน้นที่เพียงแค่ 2 หมื่นล้าน และ ปตท.ได้ครอบกิจการน้ำมัน ครึ่งหนึ่งที่มีอยู่ในประเทศ เช่น Jet 100%เชียวแหละ
คนใหญ่คนโตในกระทรวงพลังงาน ลูกเมียมีหุ้นอยู่ด้วยจึงไม่อยากแก้ไข
เห็นมั๊ย เพราะอะไรน้ำมันจึงแพง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

น้องช่วยหาให้พี่หน่อย ว่าหลังจากที่ ปตท.แปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว พลังการผลิตย้อนหลังสัก 10 ปี จนปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง อยากรู้ค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

fwd mail สุดฮิตตอนนี้จ้า
อ่านแล้ว ฉลาดฮวบๆเลย

...

ผมเป็นกัปตันเรือบรรทุกน้ำมัน แต่ไม่ขอบอกชื่อนะครับ ขณะนี้เรือผมได้ทอดสมออยู่ที่หาดแหลมเจริญ เพื่อรอรับน้ำมันดีเซลจากIRPCหรือTPIเก่าละครับ
แต่เมื่อปตทได้ซื้อไปก็เปลี่ยนชื่อเป็นIRPC ผมรับน้ำมันเพื่อส่งไปที่เขมรและเวียดนาม
เรื่อผมบรรทุกก๊าส LPG ไม่ได้เพราะไม่ใช่เรือบรรทุกก๊าซ แต่ผมมีเพื่อนที่เป็นกัปตันเรือบรรทุกแก๊ส LPG อยู่หลายคน
พวกจะมารับแก๊ส LPG จากIRPC เพื่อไปส่งเขมรและเวียดนามเหมือนผมเดือนละหลายเที่ยวเรือ
ขณะที่ผมกำลังโพสอยู่นี่ก็มีเรือแก๊สรอรับอยู่ 3 ลำ ตั้งแต่ผมเดินเรือมายังไม่เคยเห็นเรือแก๊สที่นำเข้าเลยแม้แต่ลำเดียว
มีแต่เรือส่งออก ปตท บอกได้นำเข้าแก๊ส มาจากต่างประเทศปีละเป็นล้านตัน แล้วเขาเอาเข้ามาทางไหนละครับ
ถ้าทางเรือผมไม่เคยเห็น เคยเห็นแต่เรือส่งออก ลองมาดูที่แหลมเจริญที่ระยองซิครับมีเรือมาคอยรับทุกวันครับ
เพื่องส่งไปเขมร เวียดนาม แล้วไอ้นักวิชาการด้านน้ำมันที่มาออกรายการตาสว่างนะครับ เขาเป็นอดีตคนที่ทำงานปตท
สิ่งที่เขาพูดนะ เป็นการแก้ต่างให้ปตททั้งนั้น ปตท ได้ไปลงทุนในการวางท่อแก๊ส NGV จากมาเลเซีย และพม่า ตั้งหลายแสนล้านบาท
ปตทจึงต้องการให้คนไทยใช้ NGV เพราะก๊าซ NGV เขามีกันทุกประเทศละครับ
เขมรตอนนี้ก็เจอ ก๊าซ NGV อยู่หลายหลุม เวียดนามก็เจอ พม่าเขาก็มีเยอะ ทั่วโลกเขามีกันหมด
ถ้าคนไทยไม่ใช่ NGV แล้วปตท จะเอาไปขายใครละครับ ต้องบังคับให้คนไทยใช้ให้ได้
โอยอ้างว่าก๊าซ NGV ปลอดภัยกว่า จริงๆแล้วไม่ใช่ครับ อันตรายพอๆกันละครับ
เพราะ NGVเป็นก๊าซที่มีแรงดันสูง โอกาศที่จะระเบิดก็ยอมมีสูงตามไปด้วย
ถ้ามันอยู่ในกระโปรงหลังรถ มันจะออกไปไหนละครับ มันก็จะระเบิดอยู่ที่ท้ายรถละครับ
ตอนนี้ยังไม่มีเรือลำไหนสามารถบรรทุกก๊าซ NGV ได้เลย
เรือที่บรรทุก LPG ไม่สามารถบรรทุก NGVได้ เพราะ NGV มีแรงดันสูงกว่า LPG หลายเท่า ปตท เลยไม่สามารถส่งออกได้
นอกจากมาหลอกขายคนไทย ตอนนี้โรงกลั่นเป็นของปตท เกือบหมดแล้ว
ปั้มน้ำมันที่ไม่มีโรงกลั่นก็ต้องไปซื้อน้ำมันจากปตทมาขายอีกที เลยต้องขายแพงกว่าปตท
ปตทไม่ได้ช่วยอะไรคนไทยเลยนะครับ สำหรับเรื่องการบอยคอตปั๊ม PTT รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นั้น บอกตามตรงว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ
แต่อยากจะบอกข้อมูลในอีกแง่หนึ่งไว้ให้ทราบว่าการไม่เติมน้ำมันปั๊ม ปตท.นั้น ปตท.แทบจะไม่เดือดร้อนอะไรเลย
คนที่เดือดร้อนจริง ๆ คือเจ้าของกิจการนั้น ๆ ครับ เพราะอะไรนะเหรอ
ก็อย่างที่ท่าน ๆ ทราบกันดี ว่าโรงกลั่นตอนนี้ใครคุม เค้าไม่ขายน้ำมันในปั๊มเค้าเอง เจ้าอื่นก็ต้องมาซื้อกับเค้าอยู่ดี
หรือหากทุกคนหันไปเติมแต่เจ้าอื่น น้ำมันของเจ้าอื่นก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของทุกคน
ถามต่อว่างั้นแล้วทำไมเจ้าของกิจการไม่เปลี่ยนไปขายน้ำมันให้เจ้าอื่นละ
ตอบ ก็เพราะติดสัญญาทาส ของ ปตท. ไงครับ
หากท่านที่อยู่ตาม ตจว. ลองสังเกตุดูสักนิด รูปแบบของปั๊ม ปตท. เมื่อก่อนปั๊มใหญ่ๆ จะมีออฟฟิศอยู่กลางปั๊มเพื่อจะได้ดูได้ทั่วถึง
ทั้งซ้าย-ขวา แต่ ปตท. อ้างเหตุห่าเหวไรมิทราบ (ขออภัยที่ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ) บอกออฟฟิศต้องไปอยู่ท้ายปั๊มเท่านั้น
คราวนี้แหละครับ การย้ายอ๊อฟฟิศและหัวจ่ายต้องลงทุนอีกกี่ล้าน
(ถ้าเจ้าของกิจการมีทุน ลงทุนเองก็แล้วไป แต่ถ้าไม่มีทุน ปตท. ออกให้ + สัญญาทาสต่อไปอีก 7-8 ปี )
แล้วไหนจะยังเรื่อง ร้านกาแฟอเมซอนอีก ปั๊มไหนไม่มี ถือว่าไม่ได้มาตรฐานของ ปตท.
(แล้วถามว่าค่าเฟรนด์ชายนะกี่แสนแล้วยิ่งเป็น ตจว. Volum ของผู้บริโภค ต่อวัน อีกกี่ปีมันจะคุ้มกับค่าเฟรนด์ชายและการทำร้านที่ต้องลงทุนไป)
ทั้งที่โดยปกติทุกปั๊มเดี๋ยวนี้ เค้าก็มันจะมีร้านขายกาแฟสดกันอยู่แล้วเพียงแต่ไม่ใช่เบนด์ดังๆ ราคาแพงๆ เท่านั้นเอง
แต่ถ้าพูดถึงรสชาตินะ บอกตรงๆ มันไม่ด้อยกว่าเบรนด์ดังๆ เลยทีเดียว ดีไม่ดีอาจรสชาติดีกว่าซะด้วยซ้ำ
ก็หวังว่าจะเป็นข้อมูลอีกส่วนหนึ่งไว้พิจารณานะครับ ว่าการเอาเปรียบของนายทุนใหญ่นั้น
เค้าไม่ได้เอาเปรียบแค่ที่ปลายทางอย่างผู้บริโภคเท่านั้น เค้าเอาเปรียบตรงไหนได้เค้าทำหมดหล่ะครับ
ปล.ตอนผมเด็ก ๆ รู้สึกดีมากกับ ปั๊ม ปตท. เพราะน่าเข้า น่าเติม ปั๊มเยอะไปที่ไหนๆ ก็เจอแต่ปั๊ม ปตท.
ห้องน้ำสะอาด ซึ่งถือเป็นตัวอย่างในการพัฒนารูปแบบของปั๊มน้ำมันในยุคนั้นเลยทีเดียว
แต่พอได้มารับรู้เรื่องราวอะไรต่างๆ ในช่วงหลัง บอกตามตรงถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมก็ไม่เติมและใช้ผลิตภัณฑ์ของ ปตท. แล้วเช่นกัน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

"ปล.ตอนผมเด็ก ๆ รู้สึกดีมากกับ ปั๊ม ปตท. เพราะน่าเข้า น่าเติม ปั๊มเยอะไปที่ไหนๆ ก็เจอแต่ปั๊ม ปตท.
ห้องน้ำสะอาด ซึ่งถือเป็นตัวอย่างในการพัฒนารูปแบบของปั๊มน้ำมันในยุคนั้นเลยทีเดียว"

ถ้าตอนคุณกัปตันเป็นเด็กแล้วปั๊มปตท.ดีอย่างที่พูดเนี่ย คุณกัปตันอายุน่าจะซักเพิ่ง20นะตอนที่จอดทอดสมอเนี่ย เพราะปั๊มปตท.เป็นปั๊มสุดท้ายที่มีการปรับปรุงให้สภาพดีขึ้นมีมินิมาร์ทมีห้องน้ำสะอาดครับ ซึ่งมันเพิ่งเริ่มมาไม่ถึง10ปีเลยมั้งก่อนหน้านั้นตอนผมเป็นเด็กขนาดตอนเรียนสวนม.1เพิ่งมีเซเว่นเปิดตรงฝั่งประตูจักรเพชรตอนนั้นนี่ของแปลกเลยนะครับเบอร์เกอร์ยังมีงาโรยบนขนมปังอยู่เลย คิดดูล่ะกันว่ามันอีกนานแค่ไหนกว่าเซเว่นมันจะเข้าไปอยู่ในปั๊มปตท.ได้

เก่งนะครับอายุแค่20ต้นๆเป็นกัปตันเรือบรรทุกน้ำมันได้ด้วย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขี้เลื่อยอัดเม็ด ทางออกน้ำมันแพง
.....................น้ำมันแพง หลายคนจึงคิดค้นวิธีลดค่าใช้จ่าย นายเลส ออสเทน จากรัฐเมน สหรัฐอเมริกา จึงนำขี้เลื่อยอัดเม็ด ซึ่งดูเผินๆ เหมือนกับอาหารกระต่าย มาใช้เป็นพลังงานให้ความร้อนกับเตาสูบ เพื่อที่เตาสูบจะได้ต้มน้ำไปทำความร้อนให้กับบ้านเรือนประชาชนอีกที

ตามสถิติของสหรัฐพบว่า ผู้ที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นผู้ที่นำน้ำมันมาเป็นพลังงานให้ความร้อนกับบ้านมากที่สุด แต่ 5 ปีก่อนน้ำมันยังมีราคาถูก คือ แกลลอนละ 35 บาท หรือตกลิตรละ 9 บาท ขณะที่ปัจจุบันน้ำมันแกลลอนละ 175 บาท หรือ ลิตรละ 45 บาท ทำให้ประชาชนพากันกลุ้มใจ ที่ค่าใช้จ่ายในบ้านเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว การนำขี้เลื่อยอัดเม็ดมาใช้ จึงเป็นทางออกทางหนึ่งของในการลดค่าใช้จ่าย

นายออสเทน มองเห็นลู่ทางการขายขี้เลื่อยอัดเม็ด จึงตั้งบริษัทเมน อีเนอร์จี ซิสเทม ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายคือ ลูกค้าในรัฐเมนก่อน ถ้าประสบความสำเร็จ จึงจะขยายธุรกิจไปแถบนิวอิงแลนด์ และนิวยอร์ก

ออสเทน กล่าวว่า ขี้เลื่อยอัดเม็ดนี้ ทำมาจากเศษใม้จากรัฐเมน รัฐนิวแฮมเชียร์ และรัฐควิเบกของแคนาดา ขี้เลื่อยอัดเม็ด 8 ตัน ราคา 70,000 บาท ส่วนเตาสูบราคาเครื่องละ 400,000 บาท แต่ภายใน 5 ปีก็จะถึงจุดคุ้มทุน เพราะถ้าใช้น้ำมัน แต่ละปีครอบครัวหนึ่งต้องเสียเงินประมาณ 200,000 บาท ถ้าราคาน้ำมันยังสูงต่อไปเรื่อยๆ แน่นอนว่า การเปลี่ยนมาใช้เตาสูบจะประหยัดกว่า เตาสูบที่ใช้ขี้เลื่อยอัดเม็ด ยังเป็นเตาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดกว่าเตาที่ใช้กันโดยทั่วไป

ที่มา http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROMFpXTXdOakEwTURnMU1RPT0=&sectionid=TURNeU5nPT0=&day=TWpBd09DMHdPQzB3TkE9PQ==

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่า! มหกรรมแปรสมบัติของชาติให้เป็นหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ ภายใต้แผนอันแยบยลของนักธุรกิจการเมือง หวังเพิ่มความมั่งคั่งให้ตนเองและพวกพ้องน้องพี่นั้น เจออุปสรรคขวางกั้นซะแล้วสิ!

นึกว่าเล็งผลเลิศ กะงาบชิ้นปลามันแบบคล่องคออีกรอบ เหมือนตอนเขมือบหุ้น ปตท. จนร่ำรวยโกยเงินแทบไม่ทัน ดันเจอกระดูกชิ้นเบ้อเริ่ม เมื่อพนักงานรัฐวิสาหกิจรู้เท่าทันเกม จับมือกันคัดค้านต่อต้าน

ชิชะ! เรียกแบบสวยหรูว่า "แปรรูปรัฐวิสาหกิจ" เพื่อกระจายหุ้นในประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน บริการ ระดมทุน เพื่อรองรับการขยายกิจการ มีข้ออ้างสารพัดจะยกมาตบตาชาวบ้านเพื่อไม่ให้รู้ทันเล่ห์เพทุบาย

"ประชาชน" ที่ว่านั้นที่แท้เป็นเพียงหยิบมือเดียว ล้วนเป็นนักธุรกิจการเมือง พวกพ้องเครือญาติทั้งนั้น นอนกอดใบหุ้นกองใหญ่เอาไว้กินกำไรส่วนต่างราคาหุ้น! ทั้งทุบสลับกับปั่น ทำกำไรไม่รู้กี่รอบ

พนักงานรัฐวิสาหกิจยังจนกรอบเหมือนเดิม โดนป้อนด้วยคำหวานผสมกับคำขู่ จนเอียนเต็มกลืน!

ใครจะรักชาติหรือขายชาติอย่างแท้จริง ไม่ต้องขอเวลาพิสูจน์กันใหม่ การกระจายหุ้น ปตท.เห็นกันชัดๆ! หน็อยแน่ พอเปิดจอง ญาติพี่น้อง พวกพ้องนักธุรกิจการเมืองกวาดหุ้นกองใหญ่ไปก่อนใคร จากราคา 35 บาท ตอนนี้ขายสูงกว่า 160 บาท หลังจากเคยกระฉูดไปถึง 190 บาท

แม่เจ้าโว้ย! ไม่รวยชาตินี้ แล้วจะแฮปปี้ชาติไหนอีก?

ด้วยเหตุนี้ พนักงานการไฟฟ้า การประปา ต้องต่อต้านกันสุดๆ คงทนไม่ได้ที่เห็นนักธุรกิจการเมืองเอาสมบัติของชาติไปขาย ผลสุดท้ายหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดต้องถูกกวาดให้อยู่ในมือของพวกรวยไม่รู้จักพอ

รัฐวิสาหกิจอื่นๆ ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ต้องเป็นสมบัติของชาติต่อไป อย่าให้ตกไปอยู่ในกำมือใคร โดยเฉพาะพวกนักธุรกิจการเมือง ซึ่งขอรักชาติทุกๆ 4 ปี

มีข้อมูลอะไรต้องเปิดโปงให้ประชาชนรับรู้ การตัดน้ำ ตัดไฟ ต้องเป็นมาตรการขั้นสุดท้าย เมื่อมีการใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างรุนแรงเท่านั้น อย่าลืมว่านักธุรกิจการเมืองโลภมาก มัวเมาอำนาจ ถ้าหน้ามืด ก็กล้าทำทุกอย่าง

ตอนนี้ใช้สเปรย์พริกไทย ต่อไปอาจเป็นกระบอง หรือลูกปืนก็ได้!

ทุกวันนี้รัฐวิสาหกิจไม่มีความจำเป็นต้องเอาหุ้นไปขาย กิจการมีกำไร ทำไมต้องไปตามใจ หรือทำตามคำขู่ ของนักธุรกิจการเมือง? เมื่อมีกำไร ไปกู้เงินจากสถาบันไหนก็ได้ แย่งกันให้กู้ด้วยซ้ำ

ประชาชนควรรู้เช่นเห็นชาติ ธาตุแท้นักธุรกิจการเมืองเคยโก่งคอด่าคนอื่นว่าออก "กฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ" แต่ตอนนี้ทำเสียเอง แถมยังเร่งรีบขายสมบัติของชาติอย่างมีพิรุธ!

หรือกลัวว่าจะอยู่ไม่ได้นาน ถ้าชาวบ้านรู้ทันเล่ห์กลทุจริต เดินขบวนขับไล่ ต้องลี้ภัยไปอยู่ประเทศอื่น หรือไงนิ? อิอิอิ!!!
คัดมาฝาก

นี่ไงครับรายชื่อผู้ถือหุ้น ปตท.
ตัวอย่าง 4 ใน 6 รายชื่อผู้ถือหุ้น ปตท มากสุดซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับพรรคไทยรักไทยทั้งสิ้น

1. นายทวีฉัตร จุฬารกูร – หลานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (เลขาธิการพรรคไทยรักไทย) 2.2ล้านหุ้น

2. นายประยุทธ มหากิจศิริ – กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 2ล้านหุ้น

3. นายดิษฐพล ดำรงรัตน์ – ญาติ นพ. พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ สส. กทม. พรรคไทยรักไทย 1.7ล้านหุ้น

4. นายสุธี มีนชัยนันท์ – ญาตินายวิชาญ มีนชัยนันท์สส. กทม. พรรคไทยรักไทย 3แสนหุ้น

จริงๆแล้ว 6 อันดับแรกนั้นได้หุ้นทั้งหมด 16 ล้านหุ้น มูลค่าขณะนั้นมีมูลค่าเพียง 385 ล้านบาท แต่2ปีถัดมามีมูลค่าถึง 1,377 ล้านบาทแล้ว ดูแค่นี้ก็น่าจะรู้แล้วว่าทำไม ทรท ถึงอยากนำ กฟผ. เข้าตลาดหุ้นนัก แล้วนี่ก็คือเหตุผลที่นายยกไม่กล้าเผชิญหน้ากับกลุ่มประท้วง แบบนี้ไม่เรียกว่าขายชาติแล้วจะขายอะไรครับ

แหล่งข้อมูล: นสพ. ไทยรัฐ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2547 หน้า 19 หัวข้อ “ทักษิณกร้าว” แหล่งข่าวนี้ไม่ได้เปิดเผยถึง 2 หุ้นที่เหลือ แต่จำนวนที่หุ้นที่หักล้างจากจำนวนหุ้นของสี่บุคคลข้างบนนี้ก็คือ 2 หุ้นที่เหลือนั้นถือหุ้นถึง 9.8ล้านหุ้น

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ก่อนจะแปรรูป ปตท..
มีกำไรปีละ 2 หมื่นกว่าล้านบาท..
..หลังจากแปรรูป ปตท เข้าตลาดหลักทรัพย์..
..ปีแรกกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นกว่าล้านบาท..
..ปีต่อๆมาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว..มาเป็นกำไร แสนกว่าล้านบาทต่อปี..
ผูกขาด ปตท ผลประโยชน์ทับซ้อนนักการเมือง..
กอบโกยผลประโยชน์ บนความทุกข์ยากของประชาชน..เฮ้ออ..
เมื่อไหร่ท่านจะรู้จัก พอ เมื่อไหร่ท่านจะสำนึกผิด กลับตัวกลับใจ..
__________________
ลดละชีวิตที่มุ่งหวังเงินทอง..ทรัพย์สมบัติ..และวัตถุ..
..สร้างบุญกุศล..บำเพ็ญตน..ช่วยเหลือมนุษยชาติ..

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ทางแก้เรื่องราคาน้ำมันก็มีง่าย ๆ นะครับ ลดภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่มของน้ำมันซะ ราคาในประเทศก็จะถูกลง แต่ผมไม่เห็นด้วย เพราะราคาน้ำมันลง คนก็จะยิ่งใช้น้ำมันอีก แล้วผลลัพธ์มันก็จะเกิดเป็นลูกโซ่อีก คือไปทำให้น้ำมันแพงขึ้นอีก

ทางแก้ที่ดีกว่า คือ พยายามใช้รถให้น้อยลง หรือไม่ก็หันมาใช้พลังงานทดแทนกันดีกว่าครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

วันนี้ดูข่าว มีรถใช้น้ำได้แล้วนะ คาดว่า อีกหน่อยคงผลิตได้ดี ต้นทุนติดตั้งในงานวิจัยแค่ 40000 กว่าบาทเอง คนไทยจดลิขสิทธิ์แล้ว เฮ....